โปรแกรมท่องเที่ยว

ทัวร์พม่า หลงรัก...พุกาม (ฺBT-MMR052_FD)

  • รหัสโปรแกรม : BMM-FD535
  • สายการบิน : Air Asia
  • เดินทางช่วง : มกราคม - กุมภาพันธ์ 2562
  • ระยะเวลา : 3 วัน 2 คืน
ทัวร์พม่า หลงรัก...พุกาม (ฺBT-MMR052_FD)
Highlights

- ชม สะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก
- สักการะ พระมหามัยมุณี 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน
- ชม เจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน
- ชมทุ่งทะเลเจดีย์ พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ เจดีย์ชเวซานดอว์
- ชมพระอาทิตย์ตกน้ำ ณ เจดีย์บูพยา
- ชม โชว์หุ่นเชิด พุกาม โชว์พื้นเมืองที่ดังที่สุดของเมืองพุกาม
- ชม พระราชวังไม้สักชเวนานจอง 
- เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผา + บริการอาหารร้อนไปกลับบนเครื่อง
- แถมฟรี! ชุดเสริมบารมี (เสื้อยืดหลงรักพุกาม+ผ้าเช็ดพระพักตร์+สมุดสวดมนต์+น้ำดื่ม+ผ้าเย็นไม่จำกัด)

SHARE
PERIOD

วันเดินทางและราคา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่นั่งว่าง หรือจองผ่านเจ้าหน้าที่ โทร. 02-276-9898, 082-327-3388, 082-327-3399

เริ่มต้นที่
฿12,900/per
วันเดินทางไป-กลับ Group ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง INF พักเดี่ยว Visa
26 ม.ค. - 28 ม.ค. 2562 24 12,900.- 12,500.- 11,900.- 0.- 3,000.- -
2 ก.พ. - 4 ก.พ. 2562 24 13,900.- 13,500.- 12,900.- 0.- 3,000.- -
16 ก.พ. - 18 ก.พ. 2562 24 13,900.- 13,500.- 12,900.- 0.- 3,000.- -
23 ก.พ. - 25 ก.พ. 2562 24 12,900.- 12,500.- 11,900.- 0.- 3,000.- -

รายละเอียดโปรแกรมเดินทาง

เวลา กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์-นั่งรถสู่พุกาม-ทะเลเจดีย์-เจดีย์ชเวซานดอร์-โชว์พื้นเมืองหุ่นเชิดพุกาม
08:30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน ดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 2 ประตู 1 เคาท์เตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชีย Thai Air Asia (FD) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
10:50 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบิน FD 244 ** มีบริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
12:20 น. เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองนำท่านเดินทางสู่เมืองพุกาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์ โดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย ถึง เมืองพุกาม ชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่ชีวิตที่เรียบง่าย นำท่านชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เจดีย์ชเวซานดอว์ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชมการเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง
ที่พัก SU TIEN SAN HOTEL หรือเทียบเท่า 
เวลา พุกาม-วัดเจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดมนุหา-วัดกุบยางกี-วัดติโลมินโล-วัดสัญพัญญู-วิหารธรรมยันจี-มัณฑะเลย์-อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง  
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชม วัดอนันดา (Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของ สถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา (Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี
เที่ยง นำบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
นำท่านแวะชมสิ่งของขึ้นชื่อของพุกามก็คือ เครื่องเขิน (Lacquer Ware) ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อ เสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นเข้าชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761 ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี (Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ 
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ  กุ้งแม่น้ำเผา
ที่พัก HAZEL MANDALAY HOTEL หรือเทียบเท่า
เวลา มัณฑะเลย์-พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี-พระราชวังมัณฑะเลย์-พระราชวังไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ-กรุงเทพฯ                           
04:00 น. นำท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อน     จะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาด ใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้ง เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สวยงามมากจากนั้นกลับโรงแรม
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตร โดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่าด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่นพระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา จากนั้น  นำท่านไป พระราชวังไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) วังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกวังนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda)ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า“หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
12:50 น. ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน AIR ASIA‎ เที่ยวบินที่ FD245 ** มีบริการอาหารร้อนและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
15:15 น เดินทางถึง ท่าอากาศยาน ดอนเมือง โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความประทับใจ
RECOMMENDED

โปรแกรมท่องเที่ยวแนะนำ

คัดสรรคุณภาพทุกโปรแกรม จากประสบการณ์การให้บริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 16 ปี

line sunsmile

SUBSCRIBE TO OUR MAILING LIST TO NEWS AND PROMOTION

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าวเพื่อทราบข่าวสาร โปรแกรมทัวร์ โปรโมชั่นพิเศษ กิจกรรมต่างๆ และข้อเสนอสุดพิเศษจากเรา