product
    4,503  ครั้ง 21-02-2018

ทัวร์ภูฎาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า พาโร ทิมพู - IA

โปรแกรม : 4 วัน 3 คืน  

เดินทาง : กุมภาพันธ์ 2561  

ราคาไป-กลับ เริ่มต้น (ต่อ 1 ท่าน เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)

฿ 43,900

- ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
วัดตัมซู ตั้งอยู่บนยอกเขาอาชา
- หมู่บ้านปุนซม เพื่อชมเจดีย์ 3 หลัง
- ชมที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน
- ชม ทาชิโชซอง เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู
- ชม มหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิ ( Memorial Chorten) จิกมี  ดอร์จี  วังชุก
- นมัสการ พระใหญ่ดอเดนมา
ขี่ม้า ขึ้นเขาทักซัง ณ ที่นี้เป็นที่ตั้งของ วัดทักซัง
- ชม ดรุกยาล ซอง ป้อมโบราณเก่าแก่อยู่บนยอดเขา
ชู ลาคัง ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน


ดาวน์โหลดโปรแกรม

สายการบิน : Drukair

*สอบถามวันเดินทาง กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-276-9898, 082-327-3388, 082-327-3399 หรือ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน ส่วนตัว ขอใบเสนอราคาได้ที่ คลิกที่นี่

**ออกเดินทางได้ ตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป จะมีหัวหน้าทัวร์ดูแลตลอดการเดินทาง

**ชุด Kho และ Kira ที่ทางบริษัทฯจัดให้จะเป็นชุดที่บริษัทฯหามาโดยจะไม่มีค่าใช้จ่าย โดยผู้สวมใส่จะต้องระวังไม่ให้เกิดความเสียหายกับชุด แต่ในกรณีที่ผู้เดินทางต้องการชุดใหม่เพื่อนำกลับมาเป็นที่ระลึกจะมีค่าใช่จ่ายชุดละ ประมาณ 700-1000 บาทต่อท่าน (ผ้าทอเครื่อง ไม่ใช่ทอมือ)

 

อัตราดังกล่าวรวม

-ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-พาโร-กรุงเทพ ชั้นประหยัด  โดยสายการบิน ดรุกแอร์

-ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน  โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (Standard Room)

-ค่าอาหารทุกมื้อตามที่กำหนดในโปรแกรม

-ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม

-ค่าวีซ่าเพื่อขอเข้าประเทศ

-ค่าม้าสำหรับขึ้นทักซัง

-ค่าภาษีอากรขาออกสนามบิน กรุงเทพฯ  และ พาโร

-ค่า Development Fee ที่ทางรัฐบาลภูฏาน เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว

-ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น  (พูดภาษาอังกฤษ) คอยอำนวยความสะดวกตลอดโปรแกรม

-ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงิน 1 ล้านบาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตราดังกล่าวไม่รวม

-ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 20 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน

-ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าวีซ่าเข้าออกประเทศไทยในกรณีคนต่างด้าว

-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ,ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ฯลฯ

-ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ ท่านละ 1200 บาทต่อท่าน (สำหรับการเดินทาง 5 วัน)

-ค่าภาษีบริการ 3% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 
 

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน

  1. ทางบริษัทฯจะขอเก็บค่ามัดจำ 25,000.- บาท ต่อท่าน สำหรับการสำรองที่นั่งทันทีที่ทำการจอง เนื่องจากทางสายการบินจะทำการเรียกเก็บค่าตั๋วเครื่องบินเต็มจำนวนทันทีที่ที่นั่งท่านได้รับการยืนยัน
  2. ส่วนที่เหลือของค่าใช้จ่ายจะต้องชำระก่อนวันเดินทาง 30 วันทำงาน ทั้งนี้เพื่อดำเนินการในการออกวีซ่า โดยทางแผนกวีซ่าจะดูหลักฐานการโอนเงินค่าทัวร์ให้กับบริษัททัวร์ในพื้นที่ หากไม่มีหลักฐานการได้รับเงินบริษัททัวร์ในพื้นที่ แนบกับเอกสารการขอวีซ่า ทางแผนกวีซ่าจะไม่ดำเนินการออกเอกสารให้กับผู้ที่จะเดินทาง

เงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทาง  

  1. หากมีการยกเลิกจะต้องแจ้งทางบริษัทฯ ก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำงาน ทางบริษัทฯจะคืนเงินเต็มจำนวน
  2. หากก่อนเดินทางน้อยกว่า 15 วันทำงาน ทางบริษัทฯ จะสงวนสิทธิในการคืนค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
  3. ในกรณีที่ผู้เดินทางได้รับการอนุมัติวีซ่าแล้วไม่ว่าจำนวนวันเดินทางจะมากกว่า 15 วันก็ตาม จะไม่สามารถทำการยกเลิกการเดินทางได้ แต่สามารถเปลี่ยนตัวผู้เดินทางโดยผู้ที่ยกเลิกจะต้องหาผู้เดินทางอื่นมาเดินทางแทน โดยทางบริษัทฯจะขอสงวนสิทธิในการคืนเงินส่วนของค่าวีซ่าและค่าตั๋วเครื่องบิน เนื่องจากเงื่อนไขทางสายการบินจะไม่มีการคืนเงินค่าตั๋ว และไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางหรือวันเดินทางได้ไม่ว่ากรณีใดๆ **แต่หากผู้ที่ยกเลิกไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้เดินทางได้ ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นที่ต้องขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินเต็มจำนวน**

เอกสารที่ใช้ในการทำวีซ่า

  • สำเนาหนังสือเดินทางมีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน กรุณาส่งแบบ Scan ภาพสีเท่านั้น โดยตัวเล่มที่สแกนต้องสมบูรณ์  (ในกรณีที่เป็น Fax หรือภาพขาว ดำ หรือตัวเล่มไม่สมบูรณ์ จะถูกปฎิเสธโดยทางแผนกวีซ่า)

หมายเหตุ

  1. รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบินโรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความสะดวกและปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  2. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีผู้เดินทางได้นำหรือมีสิ่งของผิดกฎหมายติดตัวในการเดินทางออกนอกประเทศ หรือ นำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในประเทศ หรือเอกสารประกอบการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือมีความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรได้พิจารณาแล้วว่าไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศนั้นๆได้ ซึ่งจะส่งผลให้ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นในการคืนเงินค่าเดินทางเต็มจำนวน ให้กับผู้เดินทางและ/หรือบริษัทฯ ตัวแทนของท่าน เนื่องจากราคาทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่าย
  3. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตุณสมบัติของตัวผู้เดินทาง
  4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อันใดที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาเดินทางจากทางสายการบิน หรือการเจ็บป่วยอันเนื่องจากสุขภาพของผู้เดินทางเอง หรือการส่งตัวผู้เดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม
  5. ผู้เดินทางที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย (Thai Passport) หรือผู้เดินทางต่างด้าว ที่มีความจำเป็นในการขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย จะต้องดำเนินการขอวีซ่าให้เรียบร้อย เนื่องจากราคานี้เป็นราคาที่เริ่มต้นและจบการเดินทางที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่หากผู้เดินทางถูกปฎิเสธในการเข้าประเทศไทย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นในการคืนเงินค่าเดินทางเต็มจำนวน ให้กับผู้เดินทางและ/หรือบริษัทฯ ตัวแทนของท่าน เนื่องจากราคาทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่าย

เงื่อนไขและความรับผิดชอบ

บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว  สายการบิน และ ตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ  ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน  การจลาจล  เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ  หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้าหรือจากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ และการตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

 

 

รายละเอียดโปรแกรมเดินทาง

เวลา กรุงเทพฯ – พาโร –  พาโรซอง –  ทิมพู – ทาชิโช ซอง
 07:00 น.  คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ - เคาน์เตอร์ - เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอิน
 09:00 น.  ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน ดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB 131 (เครื่องจะแวะจอดประมาณ 30 นาที ที่เมือง--- ประเทศ---)
 12:10 น.  เดินทางถึง ท่าอากาศยาน พาโร  เมืองพาโร  ที่ระดับความสูง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว vจากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum of Bhutan) หรือ ตาซอง (Ta Dzong)  ซึ่งในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ ให้แก่พาโร ริงปุง ซอง แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น แต่เนื่องจากตัวอาคารได้ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้ตัวอาคารเกิดความเสียหายอย่างมากซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่อง เที่ยวจึงสามารถชมได้จากด้านนอกตัวอาคารเท่านั้น ปัจจุบันทางรัฐบาลได้จัดสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อทำการเปิดแสดง โดยตัวอาคารมี 2 ชั้น และจัดแสดงเพียง 4 ห้อง vจากนั้นนำท่านสู่ พาโรซอง (Paro Rinpong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645ในรัชสมัยของ Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฏานเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวในช่วงศตวรรษที่ 17 ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร  ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำพาโร ปัจจุบันพาโรซองเป็นทั้งสถานที่สำคัญ สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และยังเป็นที่พักของพระราชคณะ ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ  200  รูป
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทิมพู ราชธานีแห่งภูฏานโดยทางรถยนต์ ระยะทาง  68 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง vระหว่างทางแวะ วัดตัมซู (Tamchoe Monastery) วัดนี้ตั้งอยู่บนยอกเขาอาชา สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14   โดยท่านลามะทังทน เกลโป (ผู้ได้รับการขนานนามว่า Iron Man) นอกจากตัวอาคารที่เป็นวัดแล้ว ท่านทังทนเกลโปยังสร้างสะพานเหล็กเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ในการข้ามแม่น้ำพาโร อันเชียวกรากอีกด้วย จึงถือได้ว่าเป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในภูฎาน จากนั้นเดินทางเมืองทิมพูซึ่งตลอดสองข้างทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏานและท่านจะตื่นตาตื่นใจสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน vแวะพักหมู่บ้านปุนซม เพื่อชมเจดีย์ 3 หลัง ที่ยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างสามประเทศคือ ภูฎาน,เนปาล และธิเบต และยังเป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสองสายคือแม่น้ำพาโร และแม่น้ำทิมพู จนกลายเป็นแม่น้ำวัง ก่อนไหลลงสู่ประเทศอินเดีย vเมื่อเดินทางถึงเมืองทิมพูนำท่านชมเมืองทิมพู ซึ่งนับได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชีย และเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่ใช้ไฟจราจร ท่านจะรู้สึกได้ถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัย โดยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมการแต่งกาย โดยชาวภูฏานส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โก (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า กีร่า (Kira) vจากนั้นนำท่านชมที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อโปสกาส และดวงตราไปรษณียากร ที่งดงามของภูฏาน ทั้งยังถือได้ว่าเป็นประเทศ “เจ้าแห่งสแตมป์” แห่งหนึ่งของโลก สแตมป์ของภูฏานมีให้เลือกในหลายรูปแบบและหลายราคา ทั้งรูปทิวทัศน์ของธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่า ซ็อง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆ รวมทั้งยังมีสแตมป์ 3 มิติ หรือท่านใดอยากทำแสตมป์โดยนำภาพถ่ายของเราทำเป็นดวงตราไปรษณีย์ก็สามารถทำได้ (ในราคาค่าทัวร์จะไม่รวมค่าทำดวงตราไปรษณีย์)  vนำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์  สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช  ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล  (หมายเหตุ : ก่อนอื่นคงต้องขอพูดถึงเรื่องของซอง  (Dzong)  เสียก่อน  มาภูฏานสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นและได้ยินบ่อยๆ  คือ  ซอง  เพราะ “ซอง”  ไม่ใช่เป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญกับด้านการบริหารการปกครองบ้านเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนภูฏาน  เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดหลักประจำท้องถิ่นเขตนั้นๆ  หากแปลความหมายของซอง  ซึ่งเป็นภาษาซองคา  ก็คือป้อมปราการ  ที่ในอดีตใช้เป็นที่ใช้ป้องกันอริศัตรูที่มารุกรานผืนดินแห่งนี้นั่นเอง) นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร
ที่พัก PEACEFULL RESORT หรือเทียบเท่า
 เวลา ทิมพู – พาโร
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมสถานอนุรักษ์สัตว์ประจำชาติของภูฏาน ที่เรียกว่า ทาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันหาดู ได้ยากมาก vจากนั้นนำชม วัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในศตวรรษที่ 14 หรือ กว่า 600 ปี ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูฎาน เนื่องจากชาวบ้านมักนำทารกแรกเกิดมาขอพรและให้พระตั้งชื่อ เพื่อเป็นสิริมงคล และทุกปีในวันสำคัญทางศาสนาผู้ที่ได้รับการตั้งชื่อจากวัดนี้จะกลับมาทำบุญเพื่อเสริมดวงชะตาvจากนั้นนำท่านเดินเล่นใน ตลาดสุดสัปดาห์ (Weekend market) ซึ่งจำหน่ายผลผลิตทาง การเกษตร และของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ เช่น ผ้าทอภูฏาน เครื่องประดับต่างๆ ไม้แกะสลัก เครื่องจักรสาน ภาพพระบฏ (Thangka) น้ำผึ้ง เป็นต้น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
จากนั้นชม มหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิ (Memorial Chorten) จิกมี  ดอร์จี  วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์ (พระเจ้าจิกมี  ซิงเย  วังชุก)  พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952-1972  และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่”  (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ vจากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน (The Folk Heritage Museum) สถานที่จัดแสดงวิธีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูฎาน โดยนำบ้านมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังคงข้างของเครื่องใช้ของชาวบ้าน จัดแสดงเป็นสัดส่วนได้อย่างน่าชม  vนำท่านเดินทางสู่เมืองพาโร ระหว่างทางแวะนมัสการ พระใหญ่ดอเดนมา (Great Buddha Dordenma) ตั้งอยู่บนเขากุงเซว โพดัง (Khunsel Phodrang) บนลานกว้างจะประดิษฐานพระศรีศากยมุนีองค์ใหญ่ ที่มีความสูง 169 ฟุต หรือ 51.5 เมตร สร้างด้วยทองเหลือง ตัวองค์พระแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2015 เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 60 พรรษา ของ พระเจ้าจิกมี่ ซังเก วังซุก พระมหากษัตริย์องค์ที่ 4 ในราชวงศ์วังซุก  คาดว่างบประมาณการสร้างมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงมีการระดมทุนจากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฮ่องกง สิงค์โปร์ โดยเฉพาะ บริษัท Aerosun Corporation เมืองนานกิง ประเทศจีน ได้มอบเงินทำบุญก้อนแรกเมื่อเริ่มก่อสร้างด้วยจำนวน 47 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังคงมีการมอบเงินทำบุญมาสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง  ภายในฐานองค์พระมีการจัดแสดงภาพวาด และยังประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กขนาดความสูง 8 นิ้วจำนวน 100,000 องค์ และ ความสูงขนาด 12 นิ้ว จำนวน 25,000 องค์ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นท่านยังสามารถชื่นชมความงามของตัวเมืองทิมพู เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่สวยงาม จึงได้รับการขนามนามว่า Romantic Place อีกด้วย v เมื่อเดินทางถึงเมืองพาโร ให้ท่านอิสระเลือกซื้อของฝากในตลาดเมืองพาโร
ค่ำ บริการอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร
ที่พัก KHANKHU RESORT  หรือเทียบเท่า
เวลา เมืองพาโร – คิชู ลาคัง – วัดทักซัง – ดรุกเยล ซอง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซัทซัม เพื่อขี่ม้า ขึ้นเขาทักซัง ณ ที่นี้เป็นที่ตั้งของ วัดทักซัง (Taktsang Monastery) ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของนางเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อ   วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน เชื่อกันว่าพระคุรุปัทมาสัมภวะ ซึ่งเป็นองค์ปฐมาจารย์ผู้นำศาสนาพุทธลัทธิตันตระ ได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาเมื่อราวศตวรรษที่ 8 (ในสมัยนั้นภูฎานยังถือได้ว่าอยู่ในการปกครองของประเทศธิเบต) ได้ประทับนั่งบนนางเสือที่มีชื่อว่าเยเซล ทอตยอ (Yeshe Tsogyal) เหาะจากธิเบตมายังสถานที่แห่งนี้ เพื่อมานั่งวิปัสสนากรรมฐานภายในถ้ำเป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน 3 ชั่วโมง โดยท่านกูรูจำแลงร่างตอนวิปัสสนาเป็น 8 ปาง ตัววัดสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1692 โดยท่านเทนซิ่ง รับเยล เพื่อเป็นการบูชาต่อท่านกูรูริมโปเช ตัวอาคารตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงกว่า 900 เมตร ระหว่างการก่อสร้างเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากไม่เส้นทางที่สามารถนำเครื่องไม้เครื่องมือหรืออาหารเข้าไปได้ และยากต่อการที่ผู้ใดจะเดินทางไปถึงวัดได้ด้วยเช่นกัน แต่กลับมีเรื่องเล่าว่าท่านเทนซิ่ง รับเยลไม่เคยต้องหิวกระหาย เพราะจะปรากฏว่ามีผลไม้และอาหารมาให้ดื่มกินทุกครั้ง โดยอาหารจะปรากฎที่ตรงปากถ้ำที่ท่านกูรูริมเชเคยนั่งวิปัสสนา และการก่อสร้างอาคารก็ทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อตัววัดแล้วเสร็จชาวเมืองพาโร ต่างเห็นบนท้องฟ้าปรากฏเป็นรูปสัตว์ต่างๆ และดอกไม้ ล่องลอยดูในอากาศโดยไม่แต่ถึงพื้นดิน ชาวภูฎานทุกคนเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ และควรที่จะต้องขึ้นมาสักการะสักครั้งหนึงในชีวิต  (การเดินทางขึ้นไปยังวัดทักซัง รถบัสจะนำคณะมีที่จุดขึ้นม้าที่หมู่บ้านซัทซัม โดยจะมีคนเลี้ยงม้าคอยดูแล ตลอดการเดินม้า ท่านจะเพลิดเพลินกลับธรรมชาติ ตลอดการเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่จะเดินทางถึง Café พักผ่อนชมวิวของวัดทักซังพร้อมรับประทาน ชา/กาแฟ และอาหารว่าง จากนั้นจึงออกเดินทางต่อสู่ตัววัดทักซัง ซึ่งจะต้องเดินไปอีกหนึ่งชั่วโมงไปถึงจุดชมวิว ก่อนเดินลงบันไดประมาณ 450 ขั้น และเดินขึ้นบันได อีก 250 ขั้นจึงจะถึงตัววัด ภายในอาคารสี่หลัง ประกอบด้วยห้องต่างๆ อันได้แก่ห้องที่ท่านกูรูริมโปเชมานั่งวิปสนากรรมฐาน เป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน และ 3 ชั่วโมง  ห้องถัดไปคือพระพูดได้ โดยมีความเชื่อว่าท่านเปล่งวาจาสิทธิให้ผู้ที่จะทำการอัดใดก็ตามสามารถทำได้สำเร็จสมปราถนา อีกห้องหนึงจะมีฮุกปักลงในหินเพื่อให้พื้นที่บริสุทธิปราศจากสิ่งชั่วร้ายและปักไว้ตั้งแต่ครั้งที่ท่านกูรูริมโปเชได้มาถึงที่นี่ ห้องสุดท้ายห้องที่แสดงปางทั้ง 8 ของท่ากูรูริมโปเช ให้ท่านได้อิสระเพื่อสวดมนต์และนั่งสมาชิกจนได้เวลาพอสมควร จะนำท่านเดินทางโดยทางเท้ากลับลงมาตลอดเส้นทางจนถึงที่พักรถ (แถมฟรีม้าเพื่อขึ้นสู่ตัว café)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
จากนั้นนำชม ดรุกยาล ซอง (Drugyel Dzong) ป้อมโบราณเก่าแก่อยู่บนยอดเขาสร้างราว ค.ศ. 1649 ใช้เป็นป้อมหน้าด่านต่อสู้จากผู้รุกรานจากทิเบตโดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพาโร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถมองเห็นทิเบตและเทือกเขา   จูโมลฮารี หรือ “เทือกเขาแห่งพระเจ้า” ที่มีความสูงถึง 7,315 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวของยอดเขา “จูโมลฮารี” (Jomolhari) vนำท่านเดินทางสู่ คิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang Temple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน ตามประวัติว่า สร้างตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 12  หรือราว 1,300 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฎานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต โดย กษัตริย์ซองเซน กัมโป ซึ่งชาวทิเบต ยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐาน ในทิเบต โปรดให้สร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้ หมายจะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึง โดยที่จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นส่วนที่อยู่ตรงฝ่าเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏาน อยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างอยู่ตรงหัวเข่าซ้ายของยักษ์)  นำท่านชมวิหารเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าซองเซน กัมปุง ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันมือที่งดงาม ตัวพื้นอาคารปูด้วย ไม้แผ่นใหญ่ ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระปฏิมาประธาน จะมีรอยบุ๋มลึกที่เกิดจากผู้แสวงบุญที่มาก้มลงกราบ พระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี และบริเวณนี้ถือเป็นการเสียงทายว่าหากท่านก้มกราบโดยมีอวัยวะของท่านสามารถแนบตัวลงบนอัญมณีที่ฝังลงบนพื้นไม้เบื้องหน้า พรใดที่ท่านขอก็จะประสบความสำเร็จ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พร้อมชมการแสดงนาฎศิลป์ของชาวภูฐาน (ทั้งนี้จำนวนผู้เดินทางต้องไม่ต่ำกว่า 15 ท่าน ทางบริษัทฯ จึงจะสามารถจัดการแสดงให้ได้ และทางบริษัทฯจะจัดชุด Kho และ Kera ให้ท่านได้ใส่เพื่อเข้ากับบรรยากาศ)
ที่พัก KHANKHU RESORT  หรือเทียบเท่า
เวลา พาโร – กรุงเทพฯ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
11:00 น. ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร
13:35 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพ  โดยสายการบิน ดรุ๊กแอร์  เที่ยวบินที่ KB120
18:55 น. เดินทางถึงสนามบิน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ