product
    4,695  ครั้ง 17-04-2018

ทัวร์ยุโรป เยอรมนี โปแลนด์ สโลวัค ฮังการี (GOTFRA-EK011) - CST

โปรแกรม : 9 วัน 6 คืน  

เดินทาง : พฤษภาคม - สิงหาคม 2561  

ราคาไป-กลับ เริ่มต้น (ต่อ 1 ท่าน เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)

฿ 52,900

- สถานกำแพงเบอร์ลินที่แยกเยอรมันออกเป็นสองฝ่ายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
- ชมความงามของเมืองเดรสเดน กล่าวขานว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี
- สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย
- เข้าชมความงามของพระราชวังซองส์ซูซี
- เที่ยวเหมืองเกลือเวียลีซก้า
 เหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์  
- ย้อนอดีตสู่ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี


ดาวน์โหลดโปรแกรม

สายการบิน : Emirates

* สอบถามที่ว่าง * กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-276-9898, 082-327-3388, 082-327-3399

วันเดินทางไป-กลับ Group ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง INF พักเดี่ยว Visa
15 พ.ค. 2561 - 23 พ.ค. 2561 30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
17 พ.ค. 2561 - 25 พ.ค. 2561 30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
21 พ.ค. 2561 - 29 พ.ค. 2561 30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
5 มิ.ย. 2561 - 13 มิ.ย. 2561 30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
26 มิ.ย. 2561 - 4 ก.ค. 2561 30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
9 ก.ค. 2561 - 17 ก.ค. 2561 30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
22 ก.ค. 2561 - 30 ก.ค. 2561
*วันอาสาฬหบูชา
30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
23 ก.ค. 2561 - 31 ก.ค. 2561
*วันอาสาฬหบูชา
30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
27 ก.ค. 2561 - 4 ส.ค. 2561
*วันอาสาฬหบูชา
30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-
11 ส.ค. 2561 - 19 ส.ค. 2561
*วันแม่
30 52,900.- 52,900.- 52,900.- 0.- 7,500.- 2,300.-

กรุณาอ่านหมายเหตุให้ละเอียดทุกข้อ

หมายเหตุ          

1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล,การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน รวมถึงกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง รวมทั้งในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง    

2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง โดยทางบริษัทฯ  จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง

5.เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว

ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง

มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

อัตราค่าบริการนี้รวม

 

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล

(หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)

ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท

ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)

** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **

  • เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
  • เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]

**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **

     [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]

8.  มัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว,

ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น

  1. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  2. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  3. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น

(ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 2,300 บาท)

  1. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ  (18 ยูโร)
  2. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย

(โดยมาตรฐาน 3 ยูโร ต่อคน ต่อวัน : 9 x 3 = 27 ยูโร )

  1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

 

เงื่อนไขการจอง

  1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท ภายใน 36 ชั่วโมงหลังการจอง โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า ภายใน 
  1. วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
  1. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
  2. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  3. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
  4. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

 

กรณียกเลิกการเดินทาง

  1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง   คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
  3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
  4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง   ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
  6. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ
  7. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) / ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
  8. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ  ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด  
  9. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

 

รายละเอียดโปรแกรมเดินทาง

เวลา กรุงเทพฯ – ดูไบ
17:30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้า ประตู  8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
23:40 น. ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 373
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-5 เม.ย. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 21.05 น. และถึงดูไบเวลา 00.50 น.***

 

เวลา ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – เมืองไลป์ซิก
00:50 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
03:20 น. ออกเดินทางต่อสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ EK 43
***คณะเดินทางวันที่ 28 มี.ค.-5 เม.ย. และ 2-10 เม.ย. 61 ออกเดินทาง เวลา 03.45น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ตเวลา 08.50 น.***
07:35 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั่วโมงในวันที่ 25 มีนาคม 2561) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ มีเวลาให้ท่านเดินเล่นย่านถนน ZEIL ที่มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นนำ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่เมืองไลป์ซิก (Leipzig) เมืองสำคัญที่ชาวเยอรมันเรียกกันว่า เมืองแห่งวีรบุรุษ ไลป์ซิกได้ชื่อนี้มาเนื่องจากประชากรในเมืองมีส่วนร่วมที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนนำไปสู่การรวมเยอรมันในปี 1989 ด้วยการออกมาชุมนุมตามท้องถนน เพื่อต่อต้านการปกครองระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหนุนหลังอีกทั้ง “โยฮันน์ วูล์ฟกัง วัน เกอเธ่” นักประพันธ์ผู้มีชื่อเสียงชาวเยอรมันยังเคยยกย่องเมืองไลป์ซิกว่าเป็น “ปารีสน้อย” เนื่องจากเป็นเมืองที่สวยงามหนึ่งในเมืองศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของยุโรปสมัยกลางอีกด้วย ชมย่านเมืองเก่าของเมืองไลป์ชิก เมืองศูนย์กลางการค้าสมัยโบราณ เป็นที่ชุมนุมของปัญญาชน นักเรียน นักศึกษาจากทั่วสารทิศ เป็นแหล่งรวมสินค้าอย่างดีเลิศ ทำให้เมืองไลป์ซิกมีความหรูหราโอ่อ่า และเป็นเมืองที่รํ่ารวย สถาปัตยกรรมของเมืองไลป์ซิกส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใน ยุคบาร็อค โดยผสมผสานเข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างลงตัว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก NH LEIPZIG MESSE  หรือเทียบเท่า
เวลา เมืองไลป์ซิก – พอตทสดัม – พระราชวังซองส์ซูซี – กรุงเบอร์ลิน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
นำเดินทางสู่เมืองพอตทสดัม (Potsdam) เมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์ก อดีตที่ประทับของกษัตริย์และเจ้าผู้ครองเยอรมันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เมืองศูนย์รวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญศิลปะแขนงต่างๆ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชมความงามของพระราชวังซองส์ซูซี (Sanssouci Palace) เป็นอดีตพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 แห่งปรัสเซีย สร้างขึ้นในศิลปะแบบโรโคโค โดยสถาปนิกชื่อ จอร์จ เวนซเลาส์ ฟอน คโนเบิลสดอร์ฟฟ์ เป็นพระราชวังที่พระเจ้าฟรีดริชโปรดปรานมาประทับในฤดูร้อน และใช้เป็นที่หลบจากความวุ่นวายในพระราชพิธีต่างๆที่เบอร์ลิน จึงเป็นที่มาของชื่อพระราชวังที่แปลว่า “ไกลกังวล” พระราชวังเป็นอาคารชั้นเดียวที่ประกอบไปด้วยห้องต่างๆเพียง 10 ห้อง หลังจากหมดรัชสมัยของพระเจ้าฟรีดริช พระราชวังซองส์ซูซี ยังเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายเยอรมันจนเมื่อราชวงศ์โฮเฮ็นซอลเล็นมาสิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ. 1918 และหลังจากการรวมตัวระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกในปี ค.ศ. 1990 ร่างของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ก็ถูกนำกลับมาฝังบนเนินที่ซ็องซูซีตามพระราชประสงค์เดิมของพระองค์ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต พระราชวังซ็องซูซีและอุทยานได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1990 ภายใต้ชื่อว่า "พระราชวังและสวนแห่งพอทสดัมและเบอร์ลิน” จากนั้นนำท่านสู่กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงของประเทศเยอรมัน หนึ่งในศูนย์กลางที่มีอิทธิพลที่สุดของยุโรป ในด้านการเมือง วัฒนธรรม สื่อสารมวลชน และวิทยาการ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก GRAND CITY BERLIN EAST หรือเทียบเท่า
เวลา กรุงเบอร์ลิน – กำแพงเบอร์ลิน – เดรสเดน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมอนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลิน (The Berlin Wall) เข้าสู่อีสต์-ไซด์-แกลลอรี่ ที่ทิ้งร่องรอยของกำแพงเบอร์ลิน ฉากต่างๆที่เกิดจากการพลัดพรากของเหตุการณ์วันที่ 13 สิงหาคม 1961 วันเริ่มการสร้างกำแพงที่มีความยาวกว่า 100 ไมล์ สูง 4 เมตร ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดที่เกิดจากศิลปินกว่า 118 ท่านบนซากกำแพงกว่า 1,200 หลา ที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนคำพูดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมเช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย จากนั้นไปชมเบอร์ลินโดม มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ แล้วพาท่านไปถ่ายรูปกับประตูบันเดนบรูก (Brandenburg) ประตูสัญลักษณ์ของเมืองด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับอาคารไรช์สตัทด์ อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วยศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ​ 
เดินทางต่อสู่เมืองเดรสเดน (Dresden) ได้รับสมญานามว่าเป็น “ฟลอเร้นซ์แห่งแม่น้ำเอลเบ้” ว่ากันว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี เมืองนี้ได้กลับมามีบทบาทในฐานะเมืองหลวงของแซกโซนี่อีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1990 หลังจากมีการรวมประเทศ เมืองได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างมีขั้นตอนอันสืบเนื่องมาจากผลแห่งการทำลายล้างของสงครามโลกครั้งที่สอง นำท่านเที่ยวชมเมืองเดรสเดน ชม โบสถ์พระแม่มารี (Frauenkirche) อดีตฐานรากของเมืองที่วางไว้ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 ที่ทิ้งร่องรอยของการทำลายล้างในสมัยสงครามโลกที่กำลังได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน ผ่านชมเซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าส์ (The Semper Opera House) ที่มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรี ผ่านชมพระราชวังสวิงกอร์ (Zwinger Palace) ผลงานชิ้นเอกรูปแบบบาร็อคบนฝั่งแม่น้ำเอลเบ้ ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยน้ำพุและรูปปั้น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก WYNDHAM GARDEN  หรือเทียบเท่า
เวลา เดรสเดน – วรอตสวัฟ – คราคูฟ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองวรอตสวัฟ (Wroclaw) เมืองมีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
นำท่านชมความงามของเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูป กับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง ผ่านชมมหาวิทยาลัยวรอตสวัฟ (University of Wroclaw) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมือง ซึ่งบุคคลากรชั้นนำของโลก ที่ได้รับรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้เคยศึกษาอยู่ที่นี่ ในยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลย ในช่วงสมัยยุคสงครามกับรัสเซีย จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองคราคูฟ (Krakow) บ้านเกิดองค์ สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ในปีค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีอาคารบ้านเรือนที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมันตั้งแต่ โรมาเนสก์, กอธิค, เรอเนสซองส์, บาร็อก, ร็อคโคโค จนถึงนีโอคลาสสิค และอาร์ตนูโว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก DOUBLE TREE BY HILTON KRAKOW หรือเทียบเท่า
เวลา คราคูฟ – เหมืองเกลือเวียลีซก้า – คราคูฟ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่เหมืองเกลือเวียลีซก้า (Wieliczka Salt Mine) ตั้งอยู่ที่เมืองวิลิชก้า เหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์แห่งนี้มีประวัติการทำเหมืองยาวนานกว่า 1,000 ปี ถือเป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมืองเกลือ ที่มีขนาดใหญ่มาก แบ่งเป็น 9 ชั้น ลึกลงจากพื้นดินถึง 327 เมตร ยาวกว่า 300 กิโลเมตร ภายในเหมืองห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด โดยสมัยก่อนเกลือมีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหาร ชมความงามของทะเลเกลือใต้พื้นดิน ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน โดยเหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองคราคูฟ  ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปีชมจัตุรัสใจกลางเมือง ทีเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ และอาคารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Church of St. Mary)โบสถ์ชื่อดังของคราคูฟ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดดเด่นด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่สูงถึง 81 เมตร ให้เวลาท่านได้อิสระตามอัธยาศัยเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก หรือ แฟชั้นจากห้างสรรพสินค้าซูเคียนนีส(Sukiennice) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งนึงของยุโรป
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ​
ที่พัก DOUBLE TREE BY HILTON KRAKOW  หรือเทียบเท่า
เวลา คราคูฟ – ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ – บราติสลาวา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์(Auschwitz concentration camps) เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2  พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันแห่งนี้สะท้อนความน่าสยดสยองและความทารุณโหดร้ายของสงคราม ซึ่งเริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 และหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ปีค.ศ.1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามี น้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ กล่าวกันว่าสถานที่นี้มีคนตาย กว่า 1.5 ล้านคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ กรุงบราติสลาวา (Bratislava) ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ที่บริเวณพรมแดนของสโลวัก ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนของสาธารณรัฐเช็ก ผ่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก โบสถ์เซนต์มาร์ติน ปราสาทบราติสลาวา ย่านมหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ต่างๆ  โรงละคร และสถาบันทางวัฒนธรรม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ​
ที่พัก FALKENSTEINER HOTEL BRATISLAVA  หรือเทียบเท่า
เวลา บราติสลาวา – บูดาเปสต์ – สนามบิน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  ***กรุ๊ปวันที่ 28 พ.ย. – 6 ธ.ค. 60, 16 – 24, 25 ก.พ. – 5 มี.ค., 6 – 14  มี.ค. 61  บริการอาหารเช้าแบบกล่อง (Meal box) ****
จากนั้นนำเดินทางโดยรถโค้ชข้ามพรมแดนเข้าสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) ชมกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัย และสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ”  ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลก ด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านชมจัตุรัสวีรบุรุษ (Heroes’ Square) บนฝั่งเปสต์ ที่ตั้งของ Millenary Monument อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นฉลอง 1,000 ปี แห่งชัยชนะของชาวแมกยาร์ นำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส  ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก  และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน 
***กรุ๊ปวันที่ 16 – 24, 25 ก.พ. – 5 มี.ค. 61,นำชมเฉพาะ บริเวณ CASTLE HILL***
12:00 น. นำคณะเดินทางสู่ สนามบินเฟเรนซ์ ลิซท์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
14:40 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 112
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 2-10 เม.ย. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 16.00 น. และถึงดูไบเวลา 23.20 น.***
23:05 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
เวลา ดูไบ – กรุงเทพฯ
03:30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 376
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 2-10 เม.ย. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 03.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.50 น.***
***คณะเดินทางวันที่ 5-13 มี.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 384 เวลา 03.05 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.05 น.***
13:15 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ