โปรแกรมท่องเที่ยว

ทัวร์ยุโรป SUPERB EUROPE ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี

  • รหัสโปรแกรม : B2EU-EK1434
  • สายการบิน : Emirates
  • เดินทางช่วง : ธันวาคม 2562
  • ระยะเวลา : 9 วัน 6 คืน
ทัวร์ยุโรป SUPERB EUROPE ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ทัวร์ยุโรป SUPERB EUROPE ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี
Highlights

- ปารีส
- หอคอยมงต์ปาร์นาส
- พระราชวังแวร์ซายน์
- รถไฟพิชิตยอดเขาจุงฟราว  เกาะเวนิส
- โคลอสเซียม
- หอเอนปิซ่า
- หอไอเฟล
- มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 

SHARE
PERIOD

วันเดินทางและราคา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่นั่งว่าง หรือจองผ่านเจ้าหน้าที่ โทร. 02-276-9898, 082-327-3388, 082-327-3399

เริ่มต้นที่
฿69,900/per
วันเดินทางไป-กลับ Group ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง INF พักเดี่ยว Visa
เต็ม
17 พ.ย. - 25 พ.ย. 2562 35 57,900.- 57,900.- 57,900.- 0.- 6,900.- 3,000.-
เต็ม
2 ธ.ค. - 10 ธ.ค. 2562 วันพ่อ 35 57,900.- 57,900.- 57,900.- 0.- 6,900.- 3,000.-
เต็ม
25 ธ.ค. - 2 ม.ค. 2563 วันปีใหม่ 35 72,900.- 72,900.- 72,900.- 0.- 6,900.- 3,000.-
เต็ม
30 ธ.ค. - 7 ม.ค. 2563 วันปีใหม่ 35 72,900.- 72,900.- 72,900.- 0.- 6,900.- 3,000.-

รายละเอียดโปรแกรมเดินทาง

เวลา กรุงเทพฯ
18:00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 สายการเอมิเรตส์ ประตู 9 แถว T โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
** คณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 03 พ.ย. 62 นัดหมายเวลา 17.00 น. ออกเดินทางเวลา 20.35 น. และจะถึงดูไบ เวลา 00.50 น.**
21:25 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 373

 

เวลา ดูไบ – ปารีส – ประตูชัย – หอไอเฟล – หอคอยมงต์ปาร์นาส
00:50 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
04:05 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงปารีส ด้วยเที่ยวบิน EK 71
** คณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 03 พ.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 03.20 น. และจะถึงปารีส เวลา 08.00 น.**
09:25 น. ถึงสนามบินถึงท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกลด์ ประเทศฝรั่งเศส นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านเดินทางสู่มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่านเดินทางสู่ย่านมงมาร์ต (Montmartre) เนินเขาที่สูงที่สุดในปารีส   นำท่านชมวิหารพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ (Sacre Coeur) เป็นโบสถ์แบบศิลปะโรมาโนไบแซนไทน์ที่สวยที่สุดในกรุงปารีส ณ บริเวณนี้ คุณจะได้ชมกรุงปารีสที่แสนจะน่าประทับใจ พร้อมรื่นเริงไปกับนักดนตรีพเนจรที่มาขับกล่อมดนตรีให้กับผู้มาเยือน บริเวณมงมาร์ต มีบาร์ คาเฟ่ ร้านค้าน่ารัก แทรกตัวเบียดเสียดกันมากมาย รวมถึงสินค้าที่ระลึกให้ท่านเลือกชม เลือกซื้อ ได้ตามอัธยาศัย
13:00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส แล้วผ่านเข้าสู่ถนนสายโรแมนติก ชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี 1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 แล้วจากนั้นนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคคาเดโร่ จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ หอคอยมงต์ปาร์นาส (Montparnasse Tower) ตึกที่สูงที่สุดของประเทศฝรั่งเศสและสูงเป็นอันดับ 13 ของยุโรป ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส Montparnasse Tower ที่ซึ่งฝั่งตรงคือหอไอเฟล เป็นจุดชมวิวเมืองปารีสที่สวยงามและชัดเจนที่สุดจุดหนึ่ง หอคอย มงต์ปาร์นาส มีความสูง 210 เมตร ประกอบด้วยทั้งหมด 59 ชั้น สีของอาคารเป็นสีดำเงิน ที่ตั้งตระหง่านอันแสดงถึงสัญลักษณ์ของเมืองปารีส ทำให้ในปัจจุบัน Montparnasse Tower กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงปารีส
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก HOTEL INTERNATIONAL PRAGUE  หรือเทียบเท่า
เวลา พระราชวังแวร์ซายน์ – ล่องเรือบาโตมุช – ช้อปปิ้ง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านล่องเรือไปตามแม่น้ำแซนด์ (Seine River Cruise) แม่น้ำสายหลักของกรุงปารีสที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ  จากนั้นนำท่านสู่ศูนย์กลางการช้อปปิ้ง อิสระเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม อาทิ เช่น Hermès, Channel, Dior, L'Occitant, Calvin Klein, Givenchy, Gucci, Yves Saint Laurent, La Roche-Posay, Bio-derma, นาฬิกากระเป๋า ฯลฯ จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) สินค้าแฟชั่นมากมาย เช่น  Louis Vuitton, Chanel , Gucci , Bottega Veneta , Longchamp ,Prada ,Armani ฯลฯ หรือ ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าของสวิสจากร้าน Bucherer ร้านดังของสวิส ที่มีสาขาเปิดอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยมีสินค้ามากมาย อาทิเช่น นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Panerai , Omega, IWC, Cartier, Chopard ,Tag Heuer ,เครื่องหนัง, มีดพับ เป็นต้น
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก MERCURE PARIS CDG AIRPORT หรือเทียบเท่า
เวลา ปารีส – ดีจอง – อินเทอร์ลาเคน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
เดินทางสู่เมืองดิจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินข้ามพรหมแดนฝรั่งเศส– สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเดินทางสู่จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) เมืองระหว่างทะเลสาบ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า
เวลา อินเทอร์ลาเคน – ยอดเขาจุงฟราวด์ – มิลาน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจูงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจูงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก IBIS MILANO FIERA หรือเทียบเท่า
เวลา มิลาน – เกาะเวนิส – เมสเตร้
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนนมีสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก" มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้  ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์(Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’sBacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่นเพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่ง   นครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก RUSSOTT  หรือเทียบเท่า
เวลา เมสเตร้ – ปิซ่า - โรม
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของหอเอนปิซ่า
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า(Leaning Towerof Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ  บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย หลังจากนั้นนท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก BEST WESTERN PARK HOTEL ROMA NORD  หรือเทียบเท่า
เวลา โรม – มหาวิหารเซนท์ปีเตอร์ – โคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี่ – สนามบิน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา  นำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์(St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter's Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์  
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คนนำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง นำท่านเดินสู่บริเวณย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งแฟชั่นชั้นนำและแหล่งนัดพบของคนรักการช้อปปิ้ง ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน มีเวลาให้ท่านทำเรื่องคืนภาษี
22:05 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 96
** คณะที่ออกเดินทางวันที่ 03 พ.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 20.45 น. และจะถึงดูไบ เวลา 05.30 น.*
เวลา ดูไบ – กรุงเทพฯ
05:55 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372
09:40 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
** คณะที่ออกเดินทางวันที่ 03 พ.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 09.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.40 น.**
** คณะที่ออกเดินทางวันที่ 25 ธ.ค. และ 30 ธ.ค. 62 ออกเดินทาง ด้วยเที่ยวบินที่ EK 370 เวลา 08.50 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 17.55 น.**
19:15 น. เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
RECOMMENDED

โปรแกรมท่องเที่ยวแนะนำ

คัดสรรคุณภาพทุกโปรแกรม จากประสบการณ์การให้บริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 16 ปี

SUBSCRIBE TO OUR MAILING LIST TO NEWS AND PROMOTION

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าวเพื่อทราบข่าวสาร โปรแกรมทัวร์ โปรโมชั่นพิเศษ กิจกรรมต่างๆ และข้อเสนอสุดพิเศษจากเรา