โปรแกรมท่องเที่ยว

ทัวร์จอร์แดน HABIBI JORDAN

  • รหัสโปรแกรม : PVJD-RJ1260
  • สายการบิน : Royal Jordanian Airlines
  • เดินทางช่วง : มิถุนายน - ตุลาคม 2562
  • ระยะเวลา : 7 วัน 4 คืน
ทัวร์จอร์แดน HABIBI JORDAN ทัวร์จอร์แดน HABIBI JORDAN
Highlights

- เมืองเพตรา
- โรมันเธียเตอร์
- เมาท์ เนโบ
- เมืองมาดาบา
- ทะเลทรายวาดิรัม
- เมืองอควาบา
- ทะเลเดดซี

SHARE
PERIOD

วันเดินทางและราคา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่นั่งว่าง หรือจองผ่านเจ้าหน้าที่ โทร. 02-276-9898, 082-327-3388, 082-327-3399

เริ่มต้นที่
฿55,555/per
วันเดินทางไป-กลับ Group ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง INF พักเดี่ยว Visa
จอง 20 มิ.ย. - 26 มิ.ย. 2562 20 55,555.- 54,555.- 53,555.- 0.- 6,500.- -
จอง 12 ก.ค. - 18 ก.ค. 2562 วันอาสาฬหบูชา 20 56,999.- 55,999.- 54,999.- 0.- 6,500.- -
จอง 9 ส.ค. - 15 ส.ค. 2562 วันแม่แห่งชาติ 20 56,999.- 55,999.- 54,999.- 0.- 6,500.- -
จอง 11 ต.ค. - 17 ต.ค. 2562 วันคล้ายวันสวรรคต ร.9 20 57,999.- 56,999.- 55,999.- 0.- 6,500.- -

รายละเอียดโปรแกรมเดินทาง

เวลา กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ 
21:30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ Q1-Q5 ประตู 8 โดยสายการบิน ROYAL JORDANIAN พบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
เวลา อัมมาน – มาดาบา –MOUNT NEBO – เครัค– เมืองอคาบา   
00:55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอัมมาน (AMM) โดยสายการบิน ROYAL JORDANIAN เที่ยวบินที่ RJ 181
05:50 น. เดินทางถึง ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน  ใช้เวลาในการเดินทาง 8 ชั่วโมง 55 นาที จะมีเจ้าหน้าที่ด้าน VISA มาคอยอำนวยความสะดวกแก่คณะทัวร์  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) 
เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน หรือ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดนศูนย์กลางแห่งตะวันออกกลางที่มีการผสมผสาน ความเก่าแก่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้วรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว 
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองมาดาบา (ประมาณ 50 กิโลเมตร)  อดีตเส้นทางสำคัญสมัยโรมัน ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเล็ม และเมืองแห่งเรื่องราวของโมเสสที่สำคัญทางหน้าประวัติศาสตร์ของศาสนายูดา, คริสต์ และอิสลาม ยังเป็นศูนย์กลางที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำโมเสก เป็นศิลปะการตกแต่งด้วยชิ้นแก้ว, หิน, หรือกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ซึ่งใช้ในการตกแต่งมหาวิหาร หรือในปัจจุบันใช้ประยุกต์ในการตกแต่งบ้านเรือนหรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ ถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาเมาท์เนโบ MOUNT NEBO มีความสูง 817 เมตร จากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์ที่เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลม และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์แดน ที่แห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้ายของโมเสส ก่อนจะชี้ทางให้ผู้สืบทอดนำพาผู้คนไปยังดินแดนพันธสัญญา ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาจะมองไปเห็นดินแดนแห่งพันธะสัญญา THE PROMISED LAND  ที่โมเสสเคยเห็นบนยอดเขานี้ และเป็นที่จาริกแสวงบุญของชาวคริสต์มาแต่โบราณ และโบสถ์บนยอดเขาได้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่สี่เพื่อเป็นการบ่งชี้จุดที่คาดว่าโมเสสเสียชีวิต   MOUNT NEBOยังเคยเป็นสถานที่มาเยือนของสันตะปาปา ของศาสนาคริสต์ โดยสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้มาแวะพำนักที่นี่ ระหว่างการเดินทางไปเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และได้ปลูกต้นมะกอก สัญญลักษณ์ของสันติภาพไว้ข้างๆโบสถ์ไบแซนไทน์ด้วย ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู   เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
จากนั้นนำท่าน สู่เมืองเครัค ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทาง ระหว่างทางขึ้นสู่เขา โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน” "AL KARAK CASTLE’’”ปราสาทเครัค ตั้งอยู่ที่เมืองเครัค ทางตอนกลางของประเทศจอร์แดน นับเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในช่วงยุคสงครามครูเสด จากประวัติศาสตร์สงครามครูเสดเป็นสงครามระหว่างคริสเตียนจากยุโรปและชาวมุสลิมซึ่งยึดครองพื้นที่แถบนี้รวมทั้งนครเยรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของศาสนาอับราฮัมหลักทั้งสาม (ศาสนายูดาย ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม) โดยชาวคริสต์ต้องการฟื้นฟูการเข้าถึงที่ศักดิ์สิทธิ์ในและใกล้เยรูซาเล็มปราสาทเครัคแห่งนี้สร้างในศตวรรษที่ 12 ปี ค.ศ. 1115 โดย King Baldwin ที่ 1 แห่งเยรูซาเลม เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมกองคาราวานในเส้นทางการค้าขายที่เชื่อกับประเทศอียิปต์ไปยังกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหิน กำแพงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาโค้งยาว แล้วก็เจาะร่องแสงเล็กๆ ลักษณะแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการป้องกันศัตรูปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังคงเหลือโครงสร้างที่สมบูรณ์ การแวะเยี่ยมชมที่นี่ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำสงครามสมัยประวัติศาสตร์ (ครูเสด) 
หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่อควาบา (ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที )
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
พี่พัก CITY TOWER [email protected]    หรือเทียบเท่า
เวลา อควาบา- BOAT CRUISE INCL LUNCH – WADIRUM – JEEP TOUR – PETRA
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองอาคาบา ซึ่งเป็นเมืองท่า และเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน เป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี มีประชากรอาศัยราว 70,000 คน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับฉนวนกาซาฝั่งตรงข้าม คืออิสราเอล โดยมีทะเลแดงคั่น เป็นเมืองค่อนข้างทันสมัยแต่ก็มีวัฒนธรรมของจอร์แดนมากพอสมควร และมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ เสาธงสูงที่สุดในโลกซึ่งได้รับการบันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records ด้วย นำท่านลงเรือท้องกระจก (GLASS BOAT) เล่นน้ำตามอัธยาศัย  (ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง)  น้ำทะเลที่นี่ใสมาก แต่ด้วยความลึกและการมองผ่านกระจกหนาจึงทำให้ดูปะการังและซากเรือไม่ค่อยชัดมาก นำท่านแล่นสู่จุดที่ชมปะการัง ลึกแค่ประมาณ  5 - 6 เมตร ส่วนจุดเรือจมลึกประมาณ 27 เมตร ปะการังโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีสีสรร สัตว์ทะเล  เช่น ปลาสิงโต ปลานกแก้ว Goby fish ปลิงทะเล หอยเม่น  และยังเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ทะเลที่นี้มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน, อิสราเอล, อิยิปต์และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล,ชมปะการัง, ปลาทะเลหลากหลายชนิด, เม่นทะเล, แมงกะพรุน ฯลฯ (ทะเลแดงเป็นทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่าทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์ โดยการชูไม้เท้าแหวกทะเลแดงเป็นทางเดินพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการตามล่าของทหารอิยิปต์ เพื่อจับไปเป็นทาสของอียิปต์ และจุดมุ่งหมายเพื่อเดินทางไปสู่แผ่นดินแห่งพันธะสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล นั่นคือก็คือกรุงเยรูซาเลมในปัจจุบัน) 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ บนเรือ
อาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ มีทั้งปลา ไก่ และแกะบาร์บีคิว ทานกับผักสลัดและแป้งโรตีจากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯ เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเพตร้า) ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปีค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดนและต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” (และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดงโดย PETER O'TOOLE, OMAR SHARIF นำท่าน นั่งรถกระบะเปิดหลังคารับบรรยาอากาศท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์) ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักและคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน นำท่านเดินทางสู่เมืองอควาบาเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดนเป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษีมีประชากรอาศัยราว 70,000 คน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ กลางทะเลทราย
พี่พัก PETRA PANORAMA HOTEL  หรือเทียบเท่า
เวลา PETRA – AMMAN อัมมาน  
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่เมืองเพตร้า (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07) มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียนในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก (ทุกท่านสามารถขี่ม้าภายในเส้นทางที่ม้าเดินในเพตราได้ ซึ่งรวมอยู่ในค่าบัตรแล้ว เพียงแต่ต้องจ่ายค่าทิปแก่คนจูงม้า ท่านละ 5 USD ต่อท่าน /ต่อเที่ยว หรือแล้วแต่การต่อรองราคา กับคนจูงม้า กรณีอยากขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สอบถามโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่หรือสอบถามที่หัวหน้าทัวร์)  ระยะทางที่เดินเข้าไปในเพตรา ประมาณ  800 เมตร บนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมืองพร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง ธารน้ำ คลังสมบัติ ภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไปนำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง THE SIQ เป็นช่องทางเดินที่ขนาบสองฝั่งด้วยหน้าผา กว่า 1.5 กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน ส่วนใหญ่ทางเดินร่มๆ สบายๆ (ทางเดินค่อนข้างลาดลง ไม่เหนื่อย ระหว่างทางก็มีมุมสวยๆ ให้เก็บภาพเรื่อยๆ และมีบรรดาคนมาขายของที่ระลึก เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับ สู่อัมมาน AMMAN ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พี่พัก AL THURAYA HOTEL @AMMAN  หรือเทียบเท่า
เวลา อัมมาน – อัจลุน –เจอราช - ทะเล DEAD SAE – อัมมาน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน  (AJLOUN CASTLE)  ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 40 นาที อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจอราชไปเล็กน้อยเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสนและต้นมะกอก ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุนถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184 -1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลส์นำท่านเดินทางขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศจอร์แดน เพื่อ ชมนครเจอราช (JERASH) หรือ“เมืองพันเสา”เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี ชมซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียนและสนามแข่งม้าฮิปโปโดรมนำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ ชมโอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุสฯลฯโรงละครทางทิศใต้(สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92) จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์เพียงพูดเบา ๆก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชมวิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นในนำท่านเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า,ฝาท่อระบายน้ำ,ซุ้มโคมไฟ,บ่อน้ำดื่มของม้า ชมน้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุฯลฯ ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี (DEAD SEA) ทะเลสาบเดดซีตั้งอยู่พรมแดนระหว่างอิสราเอลและจอร์แดน เกิดจากน้ำที่ไหลมาจากลำธารในจอร์แดน มีส่วนผสมของโซเดียมและแมกนีเซียม ทำปฏิกิริยากับน้ำพุร้อนที่อยู่ด้านล่างทะเลสาบ โดยมีความเค็ม มากกว่าทะเลอื่นถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 417.5 เมตร นับเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก น้ำในทะเลเดดซีมีความหนาแน่นมาก มีเกลือละลายในน้ำถึง 25% จึงทำให้วัตถุลอยเหนือน้ำ แม้แต่คนว่ายน้ำไม่เป็นก็ลอยตัวได้ในเดดซีและถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก เชิญท่าน อิสระในการลงเล่นน้ำทะเลและพิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่(การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์) นำท่านเดินทางเข้า สู่กรุงอัมมาน ระหว่างทางแวะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเดดซี เช่น โคลนพอกตัว พอกหน้า สบู่ และสินค้าอื่นที่ทำจากเดดซีอีกมากมาย จากนั้นเดินทางต่อสู่กรุงอัมมาน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
พี่พัก AL THURAYA HOTEL @AMMAN   หรือเทียบเท่า
เวลา AMMAN CITADEL – ROMANS THEATER –DESERT CASTLES กลุ่มปราสาทในทะเลทราย
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน ชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมาน เมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา7ลูกและมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 6,000 ปีผ่านชมย่านเมืองเก่า,เมืองใหม่,ย่านธุรกิจ,ตลาดใจกลางเมือง,ย่านคนรวย ฯลฯ ชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITDAEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆรอบเมืองเชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ โดยมีฉากหลังเป็น โรละครโรมัน ROMANSTHEATER ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดนจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงอันแปลกตายิ่งนักที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161-180 ในสมัยโรมัน พระราชวังเก่าอุมเมยาด สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดนซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน, ห้องรับแขกฯลฯ ผ่านชมพระราชวังของพระมหากษัตริย์ อับดุลลาห์ที่สอง (RAGHADAN PALACE) ที่ตั้งอยู่บนภูเขามีทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
นำท่านเดินทางชม DESERT CASERT กลุ่มปราสาทในทะเลทราย 1 ใน 2 มรดกโลกของประเทศจอร์แดนสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการพักของกองคาราวาน, ชมป้อมปราการกลางทะเลทราย ซึ่งเป็นตัวอย่างของศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบอิสลามยุคต้น ๆ ที่สวยงาม มีการใช้ศิลปะโมเสก เฟรสโก การแกะสลักบนหินและพื้นปูน รวมทั้งภาพวาด ป้อมเหล่านี้ถูกใช้เป็นจุดพักของกองคาราวาน เพื่อการเกษตรและ เป็นศูนย์กลางการค้า ใช้กางเต็นท์เพื่อพักอาศัยและยังเป็นปราการให้กับผู้ปกครองจากมณฑลที่ห่างไกล ใช้ควบคุมดูแลเผ่าเบดูอิน และยังเป็นสถานบันเทิง และป้องกันศึกสงครามครูเสด หลังจากนั้นอิสระ ช้อปปิ้ง ห้าง CITY MALL- CARREFOUR เป็น 2 ห้างใหญ่ติดกัน มีของแบรนด์เนม ให้เลือกสรรนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน อำลาจอร์แดน เดินทางสู่สนามบิน CHECK IN GROUP
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่สนามบินอัมมาน เพื่อทำการเช็คอิน 
เวลา สนามบินสุวรรณภูมิ
02:20 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย ด้วยสายการบิน ROYAL JORDANNIAN เที่ยวบินที่ RJ182
15:15 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
RECOMMENDED

โปรแกรมท่องเที่ยวแนะนำ

คัดสรรคุณภาพทุกโปรแกรม จากประสบการณ์การให้บริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 16 ปี

SUBSCRIBE TO OUR MAILING LIST TO NEWS AND PROMOTION

ลงทะเบียนรับจดหมายข่าวเพื่อทราบข่าวสาร โปรแกรมทัวร์ โปรโมชั่นพิเศษ กิจกรรมต่างๆ และข้อเสนอสุดพิเศษจากเรา